กลับรถอย่างไร? ให้ปลอดภัย

อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้เสมอ หากเราประมาทและขาดความระมัดระวังในการขับรถยิ่งการ “กลับรถ” หรือยูเทิร์นรถ 1. ก่อนยูเทิร์นกลับรถ จะต้องเปิดไฟเลี้ยวให้เป็นนิสัยเพื่อบอกให้รถคันหลังรู้ว่าเรากำลังจะยูเทิร์น 2. เมื่อถึงจุดยูเทิร์นกลับรถให้ชะลอรถมองทางตรง ที่กำลังสวนมากะระยะห่างจากรถทางตรงไม่ต่ำกว่า 100 เมตร แต่ถ้าหากรถทางตรงมาเร็วก็ให้รถทางตรงผ่านไปก่อนแล้วจึงยูเทิร์นกลับรถ 3. เมื่อยูเทิร์นกลับรถแล้วให้เร่งความเร็วและรีบตั้งลำ รีบเข้าเลนอย่าขับรถแช่เลน เพราะถ้าขับช้าอาจจะทำให้รถทางตรงต้องเบรกกระทันหันและรถที่ยูเทิร์นกลับรถตามหลังมาอาจจะชนท้ายรถเราได้ 4. ยูเทิร์นกลับรถถ้ารถเล็กอย่าตีวงเกินเลนที่ 2 แต่ถ้ารถใหญ่ให้ดีวงกว้างกินเลนที่ 2 ได้ แต่ไม่ว่าจะเลนไหนก็ต้องพยายามมองรถทางตรงให้แน่ใจก่อนว่าไม่มีรถหรือระยะห่างในการกลับรถนั้นปลอดภัยพอ

ยางแก้มเตี้ย ยางแก้มสูง ดี/ด้อย ต่างกันยังไง?

สำหรับตัวเลขความสูงของแก้มยาง ก็จะมีการระบุไว้ที่เดียวกับขนาดหน้ายาง หรือถ้าระบุให้ชัดขึ้นอีกนิดก็คือ มันจะเป็นเลขหลักสิบที่อยู่ด้านหลังสัญลักษณ์ “/” อีกที่หนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น 190/ “55” -17 ที่เป็นยางแก้มสูง หรือ 190/ “50” -17 ที่เป็นยางแก้มเตี้ย เป็นต้น ซึ่งเลขตรงนี้ไม่ได้มีหน่วยเป็น มิลลิเมตร เหมือนเลขหลักร้อยด้านหน้าที่หมายถึงความกว้างของหน้ายาง แต่มันคือเลขเปอร์เซ็นความสูงของแก้มยาง ที่เราต้องเอาเลขความกว้างของหน้ายางมาตั้งคำนวนก่อน ถึงจะได้เลขความสูงของแก้มยาง ที่แท้จริงในหน่วยมิลลิเมตร (ถ้าจะเปรียบเป็นการวัดด้วยไม้บรรทัด ก็คือการวัดจากขอบยางด้านในถึงจุดนอกสุดของหน้ายาง เป็นแนวเส้นตรงนะครับ ไม่ใช่วาดตามแนวยางไป) กล่าวคือ หากยางที่เราดูอยู่ ถูกระบุเลขไซส์ไว้ว่า 190/50-17 ความสูงของแก้มยางเส้นนี้ ก็จะอยู่ที่ 50 เปอร์เซ็น ของ 190 มิลลิเมตร หรือก็คือ 95 มิลลิเมตร ขณะที่หากยางอีกเส้นถูกระบุเลขไซส์ไว้ว่า 190/55-17 ความสูงของแก้มยางเส้นนี้ ก็จะอยู่ที่ 55 เปอร์เซ็น ของ 190 มิลลิเมตร 104.5 มิลลิเมตร ดังนั้นเราจึงเห็นได้ว่าแม้ยาง 2…

เทคนิคขี่มอเตอร์ไซค์ลุยน้ำให้ปลอดภัย

ต้องทำอย่างไร? หากจำเป็นต้องขี่มอเตอร์ไซค์ลุยน้ำ 1. เช็กระดับน้ำก่อนขับมอเตอร์ไซค์ลุยน้ำ อันดับแรกคือการตรวจเช็กเส้นทางที่จะขับผ่านว่ามีระดับน้ำสูงแค่ไหน และควรประเมินสถานการณ์เบื้องต้น ซึ่งหากเป็นไปได้ควรใช้เส้นทางที่มีน้ำท่วมขังน้อยที่สุด เนื่องจากการขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านระดับน้ำที่มีความสูงเกิน 1 ฟุต จากตัวพื้นถนน จะส่งผลให้น้ำเข้าไปสร้างความเสียหายกับคาบูเรเตอร์ของมอเตอร์ไซค์ และตัวกรองอากาศได้ ซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้มอเตอร์ไซค์ดับกลางคัน และอาจทำให้รถต้องแช่น้ำเป็นระยะเวลานาน จนทำให้เครื่องยนต์หรือระบบไฟฟ้าของรถพังได้ 2. รถดับ ห้ามสตาร์ททันที ระหว่างที่ขับมอเตอร์ไซค์ลุยน้ำนานๆ แล้วเกิดปัญหารถดับกลางทาง ห้ามสตาร์ทรถทันทีหลังจากรถดับ ควรตั้งสติและเข็นรถมอเตอร์ไซค์ออกไปในพื้นที่แห้งหรือให้พ้นทางที่น้ำท่วมก่อน จากนั้นเช็กท่อไอเสียว่ามีน้ำเข้าหรือไม่ หากพบว่ามีน้ำเข้าให้รีบระบายน้ำออกก่อนแล้วค่อยสตาร์ทรถอีกครั้ง ซึ่งหากเป็นรถมอเตอร์ไซค์ประเภทออโตเมติก แนะนำว่าให้สตาร์ทด้วยเท้า เมื่อเครื่องติดแล้วให้เร่งเครื่องทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องยนต์ให้มีความร้อนมากพอและกลับมาทำงานปกติจึงค่อยขับต่อไป 3. ไม่ควรขับรถด้วยความเร็ว ฝนที่ตกลงมาไม่ว่าจะหนักหรือเบาก็สามารถทำให้ถนนลื่น เป็นช่วงที่รถมีโอกาสลื่นไถลและเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อทั้งตัวเราและผู้ร่วมทาง โดยเฉพาะการขับมอเตอร์ไซค์ลุยน้ำที่ท่วมขังอยู่บนถนน ยิ่งต้องระมัดระวังเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยจึงไม่ควรขับรถด้วยความเร็วสูง แต่ควรใช้ความเร็วในระดับที่พอดี เพื่อให้สังเกตเห็นพื้นถนนได้ชัดเจน เพราะขณะขี่มอเตอร์ไซค์ลุยน้ำคุณอาจเจอทั้งหลุม โคลน เนินหลังเต่าหรือพื้นถนนที่ไม่เรียบ หากวิ่งมาด้วยความเร็วสูงอาจทำให้รถเสียหลักและเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ 4. เบรกรถเป็นระยะๆ สำหรับการขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านขณะที่มีน้ำท่วมขังบนพื้นถนน ควรที่จะเบรกรถโดยย้ำเบรกถี่ๆ เป็นระยะ เพราะผ้าเบรกนั้นสามารถดูดซับน้ำได้ หากขับมอเตอร์ไซค์ลุยน้ำไปเรื่อยๆ อาจทำให้เบรกได้รับความเสียหายและขัดข้อง และเบรกรถไม่อยู่จนเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องเบรกรถเป็นระยะๆ…

เคล็ดลับขี่มอเตอร์ไซค์ให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น

1. อย่าเร่งเครื่องทันที การเร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์ทันที ไม่ว่าจะด้วยความเคยชินหรือเร่งรีบ ก็เป็นสิ่งที่เราไม่แนะนำให้ทำถ้าคุณต้องการขี่มอเตอร์ไซค์แบบประหยัดน้ำมัน แม้ว่าวิธีดังกล่าวจะทำให้รถออกตัวแรงและเร็ว แต่นั่นก็หมายถึง การจ่ายน้ำมันไปยังห้องเผาไหม้เชื้อเพลิงมากขึ้นเช่นกัน 2. เลือกใช้เกียร์ให้เหมาะสมกับความเร็ว ในกรณีที่รถมอเตอร์ไซค์ของคุณไม่ใช่รถมอเตอร์ไซค์เกียร์ออโตเมติก การใช้เกียร์ที่ไม่เหมาะสมกับความเร็ว หรือ การขี่แบบลากเกียร์ ก็มีผลทำให้เปลืองน้ำมันได้เช่นกัน ควรเลือกใช้เกียร์ให้เหมาะสมกับความเร็วจะได้ประหยัดทั้งน้ำมันและเป็นการรักษาสภาพเครื่องยนต์ไปในตัวด้วย 3. เบรกเท่าที่จำเป็น ระบบเบรกถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความปลอดภัยในการขี่มอเตอร์ไซค์เป็นหลัก แต่เพื่อการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน แนะนำว่า ควรใช้เบรกเมื่อจำเป็นเท่านั้น 4. ใช้ความเร็วคงที่ เมื่อพูดถึงเรื่องความเร็วที่ช่วยให้คุณขี่มอเตอร์ไซค์ได้อย่างประหยัดน้ำมันมากขึ้น นอกจากการค่อยๆ ไต่ระดับความเร็ว ไม่เร่งเครื่องแรงๆ ตอนออกตัว และหลีกเลี่ยงการขี่แบบลากเกียร์แล้ว การรักษาระดับความเร็วให้คงที่ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ควรทำ 5. หมั่นเช็กลมยางเสมอ ถ้าปล่อยให้มอเตอร์ไซค์ลมยางอ่อน หน้ายางก็จะสัมผัสกับพื้นถนนมากขึ้น ข้อเสียนอกจากทำให้ยางรถมอเตอร์ไซค์เสื่อมสภาพเร็วขึ้นแล้ว ยังทำให้เปลืองน้ำมันมากขึ้นด้วย

รวมเทคนิคขับขี่ปลอดภัยที่ตอนสอบใบขับขี่ เขาบอกคุณไม่หมด

ถ้าคุณคิดว่าการไป สอบใบขับขี่รถยนต์ ทั้งข้อเขียนและปฎิบัติ จะช่วยให้คุณรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับการใช้รถบนท้องถนนอย่างปลอดภัยแล้วล่ะก็… คุณกำลังคิดผิด เพราะในความจริงการใช้รถมันมีอะไรมากกว่านั้น คุณจึงไม่ควรพลาดเนื้อหาเหล่านี้ที่เรากำลังจะบอก เพื่อให้คุณขับขี่ปลอดภัยมากขึ้น 1. จอดรถให้ปลอดภัย การจอดรถใช่ว่ามีที่ว่างตรงไหนก็จอดได้ เพราะมันอาจส่งผลต่อเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถของคุณด้วย โดยเฉพาะคุณผู้หญิงควรเลี่ยงจอดรถในที่เปลี่ยว หรือถ้าต้องจอดรถค้างคืนในที่ที่ไม่เคยจอด ควรเลือกจอดให้อยู่ใน “สายตา” ของกล่องวงจรปิดสักหน่อย ที่เดี๋ยวนี้มีติดอยู่ทั่วไปตามหน้าบ้านหรือร้านค้า 2. ใช้ไฟสัญญาณรถให้เป็นนิสัย อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากสัญญาณไฟมีอยู่ไม่น้อย และเรารู้ว่าตอน อบรมใบขับขี่ เขาให้ใช้ แต่คุณให้ความสำคัญกับมันมากน้อยแค่ไหน? ทั้งการเปิดไฟส่องสว่างบ้าง ไฟสัญญาณบ้าง หรือไฟเบรกที่เสีย คุณใช้มันเป็นนิสัยแล้วหรือยัง? ควรใช้เป็นประจำไม่ว่าในซอยเล็ก ๆ หรือถนนใหญ่ เพราะอย่าลืมว่า คุณไม่ใช่คนเดียวที่ใช้รถใช้ถนน คนอื่น ๆ ที่เขาใช้ร่วม เขาไม่มีทางรู้หรอกว่าคุณจะเลี้ยวหรือเบรก หรือจะขับรถไปทางไหน ดังนั้นใช้ไฟสัญญาณให้เป็นนิสัยไว้ดีที่สุด 3. ถ้ารถพร้อม การขับขี่ก็ปลอดภัยกว่า ในตอนที่ สอบใบขับขี่ หลายคนน่าจะเน้นจำในเรื่องของ กฎจราจร เป็นสำคัญ ในตอนอบรมก็มีแทรกให้ความรู้เรื่องการดูแลรถอยู่บ้าง แต่ความจริงการดูแลรถมันมีอะไรมากกว่านั้น การเป็นเจ้าของรถจริง ๆ มันก็เหมือนเป็นภาระอันใหญ่ยิ่ง และถ้ารู้จักรถที่ตัวเองใช้ให้มากกว่าแค่ทั่วไป มันจะไม่ใช่เรื่องยากเลย…

ทำยังไง? ป้ายทะเบียนรถหาย ขอป้ายทะเบียนใหม่

หากเจ้าของรถพบว่าป้ายทะเบียนรถหาย กรมการขนส่งทางบกออกมาบอกแล้วว่า ไม่ต้องแจ้งความ สามารถติดต่อขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทน ได้ที่สำนักงานขนส่งที่รถคันนั้นอยู่ในความรับผิดชอบได้เลย   เอกสารที่ต้องเตรียมในการขอรับแผ่นป้ายใหม่ 1.สมุดคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง 2.บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของเจ้าของรถ 3.หากไม่สามารถดำเนินการด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจมาแสดงด้วย   กรณีรถติดไฟแนนซ์ และต้องการดำเนินการด้วยตัวเอง 1.สมุดคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง 2.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้เช่าซื้อ 3.หนังสือรับรองจากบริษัทไฟแนนซ์ 4.หนังสือมอบอำนาจจากบริษัทไฟแนนซ์ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ   กรณีเป็นนิติบุคคล 1.สมุดคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง 2.หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล 3.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่มีอำนาจลงนามทุกคน 4.หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ ขั้นตอน 1. หากพบว่าทะเบียนรถของตนเองสูญหาย เราสามารถเดินเรื่องขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนได้ทันทีที่กรมขนส่งฯโดยไม่ต้องแจ้งความ แต่ต้องยื่นเรื่องที่กรมขนส่งฯที่รถของเราถูกขึ้นทะเบียนเอาไว้เท่านั้น 2. ห้ามทำแผ่นป้ายทะเบียนรถขึ้นเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ฐานใช้แผ่นป้ายทะเบียนมีลักษณะไม่ถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท 3. เอกสารที่ต้องใช้ในการขอป้ายทะเบียนใหม่ ประกอบด้วย คู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง (เล่นเขียว) และ บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของเจ้าของรถ 4. กรณีไม่สามารถเดินทางไปยื่นเรื่องได้ด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจมาแสดงด้วย 5. ในกรณีรถติดไฟแนนซ์ สามารถติดต่อไฟแนนซ์เพื่อให้ดำเนินการแทนได้ 6. หากรถติดไฟแนนซ์…

ขี่มอเตอร์ไซค์เล่นสงกรานต์อย่างไร ให้ปลอดภัย

พื้นถนนลื่น ต้องระวัง   แน่นอนว่าการขี่มอเตอร์ไซค์เล่นน้ำสงกรานต์ต้องเจอกับสภาพพื้นถนนที่เปียกและชุ่มฉ่ำ บางที่อาจเจอน้ำขัง ทำเอาถนนลื่น เสี่ยงต่อรถมอเตอร์ไซค์ล้มได้ หากขี่มอเตอร์ไซค์ไปแล้วเจอถนนแบบนี้ แนะนำว่าควรขี่ช้าๆ จะดีกว่า   ขี่รถด้วยความเร็วที่เหมาะสม   เมื่อเจอถนนที่เปียกน้ำแบบนี้ ขอบอกเลยว่าควรใช้ความเร็วที่เหมาะสม ไม่เร่งเครื่องแรงจนเกินไป เพราะเมื่อถนนเปียก จะทำให้ยางรถมอเตอร์ไซค์มีความสามารถในการเกาะพื้นถนนน้อยลง อาจทำให้สูญเสียการควบคุมรถได้   เบรกอย่างถูกวิธี   นอกจากจะขี่มอเตอร์ไซค์เล่นสงกรานต์ด้วยความเร็วที่เหมาะสมแล้ว การเบรกรถอย่างถูกวิธีก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่ช่วยให้คุณขับขี่อย่างปลอดภัย ซึ่งวิธีการเบรกบนถนนที่ลื่นและเปียกน้ำคือ ควรกำเบรกเบาๆ ใช้วิธีกำปล่อยๆ เร็วๆ เพราะถ้ากำเบรกทีเดียวจนหมด อาจทำให้รถสะบัดได้   อย่าให้อะไรมาบดบังสายตาเด็ดขาด   เวลาขี่มอเตอร์ไซค์เล่นสงกรานต์ นอกจากจะโดนสาดน้ำจนตัวเปียกแล้ว ดีไม่ดีอาจโดนปะแป้งอีกต่างหาก หนำซ้ำแป้งอาจเข้าตา หรือไปบดบังชิลด์หมวกกันน็อคจนมองไม่เห็นถนนหนทางได้   ดูแลรถหลังเล่นน้ำสงกรานต์   หลังจากออกไปขี่รถตะลุยเล่นสงกรานต์กันมาครึ่งค่อนวัน โดนสาดน้ำกันจนไม่หวาดไม่ไหว ก็อาจทำเอาน้ำมันหล่อลื่นที่โซ่รถจักรยานยนต์ออกไปจนหมด เมื่อถึงบ้านแล้วก็ควรตรวจเช็กสภาพรถ และดูแลรถมอเตอร์ไซค์กันสักหน่อย นอกจากจะล้างรถ ล้างคราบแป้งให้สะอาดเอี่ยมแล้ว ก็อย่าลืมใส่น้ำมันหยอดโซ่มอเตอร์ไซค์กันด้วย

เบรคอย่างปลอดภัย ขับมอเตอร์ไซค์ไม่เสี่ยง

ใช้เบรกถูกวิธี มีระยะปลอดภัย เบรกหลัง = ไม่สามารถหยุดรถได้ในระยะสั้นๆ มีประสิทธิภาพในการหยุดรถน้อย เหมาะกับการใช้ชะลอความเร็วในระยะทางยาว หากกดเบรกแรงเกินไปจะทำให้ล้อหลังล็อก รถไถลไปกับพื้นได้ เบรกหน้า = ประสิทธิภาพหยุดรถได้ดีกว่าเบรกหลัง สามารถหยุดรถในระยะสั้นได้ แต่หากเบรกรุนแรงกะทันหันเกินไปรถจะเสียการทรงตัว ล้อหลังอาจลอยขึ้นจากพื้นเกิดอุบัติเหตุได้ ใช้เบรกหน้า-หลังพร้อมกัน = ให้ประสิทธิภาพในการหยุดรถได้ดีที่สุดและสมดุลที่สุด โดยใช้เบรกหลังค่อยๆ ชะลอความเร็ว และใช้เบรกหน้าช่วยในการหยุดรถไปควบคู่กัน การใช้เบรกพร้อมกันด้วยแรงที่เยอะ รถจะหยุดทันที ควรระมัดระวังหากเบรกในทางโค้ง ค่อยๆ ย้ำเบรก ดีกว่าเบรกครั้งเดียวหมด เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงในการเบรกอย่างรุนแรงหรือเบรกกะทันหันได้ และช่วยเตือนให้ผู้ขับขี่รถคันหลังเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เครื่องยนต์ช่วยเบรก (Engine Brake) ช่วยลดความเร็ว โดยการค่อยๆ ลดเกียร์สูง เป็นเกียร์ต่ำแล้วถอนคลัตช์โดยไม่บิดคันเร่งเพิ่ม แต่หากมือซ้ายบีบคลัตช์อยู่จะไม่เป็นผล ฝนตกถนนลื่น เว้นระยะห่าง เผื่อระยะเบรก โดยการค่อยๆ ใช้เบรกหลังช่วยชะลอความเร็ว ประมาณ 70% และใช้เบรกหน้าในการหยุดรถ 30% หรือใช้เบรกหน้า-หลังเท่าๆ กัน **ไม่ควรกดเบรกอย่างรุนแรง ล้อจะล็อกทันที เพราะขณะที่ถนนลื่น แรงเสียดทานระหว่างล้อกับพื้นจะลดน้อยลง**

พารู้จักน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ว่ามีกี่ประเภท และมีคุณสมบัติเช่นไร

น้ำมันเครื่องคือหัวใจสำคัญของการหล่อลื่นเครื่องยนต์ให้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ ล้วนมีหลายเกรดหลายราคาให้เลือกสรรตามเงินในกระเป๋าตังค์ของผู้ซื้อก็ว่าได้ ทั้งนี้น้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ ถือเป็นอะไหล่สิ้นเปลืองที่ไม่สามารถเลี่ยงได้   น้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทอย่างง่าย ๆ ได้แก่ 1. น้ำมันเครื่องธรรมดา (Synthetic) ผลิตจากน้ำมันแร่ (Mineral Oil) 2. น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ (Semi Synthetic) ผลิตจากน้ำมันแร่ และน้ำมันพื้นฐานสังเคราะห์ 3. น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ (Fully Synthetic) ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานสังเคราะห์   หน้าที่และคุณสมบัติของน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ มีดังต่อไปนี้ 1. น้ำมันเครื่องจะเข้าไปหล่อเลี้ยงชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวภายในเครื่องยนต์เพื่อลดการสึกหรอ 2. การไหลเวียนของนํ้ามันเครื่องในระบบจะช่วยทำให้เครื่องยนต์เย็นลง 3. น้ำมันเครื่องช่วยลดแรงกระแทกภายในเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดี 4. น้ำมันเครื่องช่วยอุดรอยรั่วระหว่างแหวนลูกสูบกับผนังกระบอกสูบ 5. น้ำมันเครื่องทำหน้าที่เป็นตัวทำความสะอาด

3 คำแนะนำในการดูแลรถมอเตอร์ไซค์สีด้าน

เลือกใช้แชมพูล้างรถ ในการทำความสะอาดก็เพียงพอ พอล้างรถแล้วขั้นตอนต่อไปคือการเช็ดให้แห้ง โดยใช้ผ้าแห้ง นุ่ม เช็ดเท่านั้น ไม่ควรปล่อยให้น้ำแห้งเอง เพราะทำให้เกิดคราบด่างของน้ำเป็นจุดๆ รถก็จะดูสีไม่สวยงาม หลีกเลี่ยงการทำความสะอาดด้วยการใช้น้ำยาขัดผิวแบบครีม และน้ำยาที่มีส่วนผสมเป็นประเภทที่มีวัสดุขัดเงา เนื่องจากจะทำให้สีของตัวรถมอเตอร์ไซค์เกิดรอยด่างและไม่สามารถทำให้สีรถกลับคืนสู่สภาพเดิม ไม่ควรใช้เครื่องขัดที่มีเส้นใยหยาย ในการทำความสะอาดเพราะว่า ขนแปรงขัดจะทำให้สีผิวด้านชั้นบนของสีรถหลุดออกไป แล้วสีรถจะเป็นรอยเงาด่างเกิดขึ้น